(123)456 7890 demo@coblog.com

ประสบการณ์ “โดนของ” ที่ต้องจำไปตลอดชีวิต..

ประสบการณ์ “โดนของ” ที่ต้องจำไปตลอดชีวิต.. ครอบครัวของเราอาศัยอยู่กันที่จังหวัดหนึ่งใน3จังหวัดชายแดนภาคใต้ พ่อของพ้อยท่านทำงานเป็นข้าราชการค่ะ เรียกว่ามีขั้นที่สูงเลยทีเดียว

ประสบการณ์ “โดนของ” ที่ต้องจำไปตลอดชีวิต.. ครอบครัวของเราอาศัยอยู่กันที่จังหวัดหนึ่งใน3จังหวัดชายแดนภาคใต้ พ่อของพ้อยท่านทำงานเป็นข้าราชการค่ะ เรียกว่ามีขั้นที่สูงเลยทีเดียว

ครอบครัวของเราอาศัยอยู่กันที่จังหวัดหนึ่งใน3จังหวัดชายแดนภาคใต้ พ่อของพ้อยท่านทำงานเป็นข้าราชการค่ะ เ
รียกว่ามีขั้นที่สูงเลยทีเดียว เป็นบุคคลที่มีน่าตา มีชื่อเสียงเกียรติยศท่านเป็นคนที่ขยันทำงานมากเรียกได้ว่างานไม่เสร็จพ่อก็จะไม่กลับ
ไม่พัก ไม่ว่าจะเสาร์อาทิตหยุดราชการใดๆพ่อก็จะไปทำงานเสมอ ท่านเป็นคนแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร
จนบางครั้งพวกเราก็น้อยใจว่าทำไมพ่อไม่หยุดงานแล้วไปเที่ยวกับครอบครัวบ้าง แต่ก็เข้าใจค่ะ ที่ท่านทำก็เพราะครอบครัว
เพราะรายได้หลักของครอบครัวมาจากพ่อคนเดียว ท่านไต่เต้าจากตำแหน่งน้อยๆขึ้นมาเป็นระดับสูงได้ เเละท่านไม่เคยฉ้อโกงเงินหลวงเลยแม้แต่บาทเดียว คือเราภูมิใจมากที่มีพ่อที่เป็นคนดีขนาดนี้ ตั้งแต่เราเกิดมาจนตอนนี้เราอายุ18ปีแล้ว
เรายังไม่เคยเห็นพ่อทำบาปเลยแม้แต่ครั้งเดียว ถ้าไม่นับตบยุง5555555555
เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อปี 2557 นั่นคือปีที่แล้วนี่เองค่ะ ครอบครัวเราก็ใช้ชีวิตเหมือนเดิมปกติทุกวันจนวันนึง
พ่อกับแม่เรากลับบ้านที่ต่างจังหวัด ก็ไม่มีไรค่ะ ทุกอย่างเหมือนจะปกติ จนกระทั่งเย็นวันนั้น ยายเรามองหน้าพ่อเรา แล้วก็พูดขึ้นมาเฉยๆว่า
“เป็นไรรึเปล่าลูกทำไมหน้าซีดจัง ไม่สบายรึเปล่า” และคงด้วยความกังวลของท่านมั้งคะ หลังจากกลับตจว. ก็เลยไปรพ.เพื่อตรวจสุขภาพ
แต่จริงๆพ่อก็ตรวจสุขภาพประจำปีอยู่เเล้วนั่นแหละ บวกกับพ่อสังเกตตัวเองว่าตอนถ่ายอุจจาระมันมีสีคล้ำๆ ปวดหลังบ่อยๆ แม่บอกว่าพ่อชอบบ่นว่าที่นอนมีไรรึเปล่านอนไม่ได้เลยเจ็บไปหมด เหมือนมีเข็มมาทิ่ม แล้วคือพ่อก็ไม่ได้นอนเลยจริงๆ
หลังจากไปตรวจ มันก็มีนัดวันส่องกล้อง ที่ส่องเข้าไปในปากพ่อเราก็ไปส่องคือเราสงสารพ่อมาก พ่อบอกเจ็บมาก ปวดท้อง ปวดมากกแล้วพ่อก็ร้องมันเป็นภาพที่แย่มาก เราร้องตาม สงสารพ่อ ได้แต่บอกว่ามันคงเป็นผลข้างเคียงเดี๋ยวก็หาย มาตรวจดีแล้วจะได้รู้ว่าเป็นอะไรรึเปล่า
ลืมบอกไป พ้อยไม่ได้อยู่กับพ่อแม่นะ ออกมาเรียนกทมตั้งแต่ม.4สอบทุนจากใต้มาค่ะ หวังจะช่วยแบ่งเบา+อยากเรียนพิเศษที่ดีๆ ทำให้ช่วงนั้นเราไม่ได้อยู่กับพ่อเลย ได้ยินแค่สิ่งที่แม่เล่าให้ฟังว่าเป็นยังไงบ้าง แล้ววันที่ผลตรวจออกก็มาถึง แม่บอกว่าเจอก้อนเนื้อแต่โชคดีที่ไม่ใช่เนื้อร้าย แต่ก็ต้องตัดออก แล้วก็นัดวันตัดนู่นนี่ ก่อนจะผ่าตัดพ่อก็ต้องเข้ามาตรวจตามที่หมอนัดอยู่บ่อยครั้ง คือเกือบทุกวันเลยก็ว่าได้ เราสงสารพ่อมาก พ่อเคยพูดว่า’ถ้ารู้ว่าเจ็บขนาดนี้ ไม่มาตรวจแล้ว นี่มากี่ครั้งก็เจ็บทุกครั้ง ถ้าไม่มาคงไม่เจ็บ’ โอ้ยยย เรานี่แบบน้ำตาไหลอะ ได้แต่ให้กำลังใจบอก’พ่อสู้ๆ อย่าพูดอย่างนี้ เดี๋ยวก็หายแล้ว’
หลังจากพ่อผ่าตัดคือตัดกระเพาะออกไป 70เปอเซน คือเยอะมาก พ่อกินไรไม่ได้เลย ก็พยายามกิน คือผอมมาก
เรากลับมาตอนนั้นพ่อก็ดีขึ้นกว่าเดิมแล้ว หมอให้พักรักษาตัวอยู่บ้านพ่อก็ไม่ยอมพัก จำได้ว่าพักได้แค่อาทิตนึงมั้ง แล้วพ่อก็ไปทำงานต่อ เรียกคนขับรถมารับ ทุกวันทนเจ็บ เพื่อไปทำงาน บางครั้งก็ทำไม่ไหวพอถึงที่ทำงานก็ขึ้นไปห้องพักไปนอน บอกแล้วว่าพ่อเราเป็นคนขยันขยันเกิ๊นนน เราจำได้วันนั้นเราอยู่บ้านเราตื่นเช้าเพื่อจะไปสอบทุนเพื่อย้ายรร.พ่อเรากำลังเต้นแอโรบิกหน้าโทรทัศน์ พ่อหันมามองเรา แล้วพูดกับเราว่า ‘พ่อเจ็บจังเลยลูก พ่อจะตายแล้ว พ่อเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย’ คือด้วยความที่ก่อนหน้านี้พ่อก็เคยพูดว่าพ่อเป็นมะเร็งแต่เราถามแม่แม่บอกไม่ได้เป็นพ่อเป็นแค่เนื้องอกธรรมดาแล้วก็ตัดไปแล้วตอนนี้คือรักษาตัวอยู่ พอเราได้ยินพ่อพูดแบบนั้นเราก็ะจะแบบ ‘เห้ออพ่อคิดมากจริงๆ มะเร็งอีกละ เดี๋ยวก็หาย พูดอยู่ได้’ คือด้วยความที่เราไม่อยากให้พ่อคิด เราเลยแบบพูดงั้นไป
เพราะเราก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นมะเร็งจริงๆเพราะแม่ก็บอกอยู่ว่าไม่ใช่ จนกระทั้งเวลาผ่านไป 7-8เดือน อาการของพ่อก็ทรุดลง แม่โทรมาบอกเราว่าพ่อเข้ารพ กินไรไม่ได้มาเกือบอาทิตแล้วกินแล้วอ้วกออกหมด ผลปรากฏว่าลำไส้พันกัน ต้องผ่าตัด ปีนี้พ่อผ่าตัด2ครั้งแล้ว ปกติพ่อเราเป็นคนอ้วน อ้วนมาก
ผ่ารอบแรกคือโคตรผอมแล้ว แต่ผ่ารอบนี้คือเขากินไรไม่ได้เลยนอกจากอาหารจากทางสายยาง มีสายระโยงระยางเต็มตัวพ่อไปหมด
อยู่รพ.เกือบเดือน อาการไม่ดีขึ้นเลย กินแล้วก็อ้วกออกมาหมด แม่บอกว่าเหมือนพ่อจะไปหลายครั้งแล้ว คือแบบมันแย่มากนะเว้ย
เรานี่อยากกลับไปหาพ่อมาก ทุกครั้งที่แม่โทรมาเราภาวนาเสมอว่าให้มีข่าวดีเกิดขึ้นแต่..ก่อนสอบ1อาทิตแม่โทรมาหาเราบอกให้กลับมาดูพ่อ เรานี่ช็อกมากกลัวไปหมด ไม่กล้าถามว่าเกิดอะไรได้แต่ภาวนาขอให้สิ่งศักดิ์สิทธ์คุ้มครองพ่อ
แล้วภาพที่เราเห็นตอนเรากลับไปคือพ่อเปลี่ยนไปมาก ตัวผอม ร่างกายเหมือนหนังหุ้มกระดูก เราจำพ่อแทบไม่ได้ เราเข้าไปหาเค้า กอดเค้า
แล้วเราก็ต้องรีบวิ่งเข้าห้องน้ำมาร้องไห้ เราสงสารพ่อ ไม่คิดว่าจะเป็นขนาดนี้…
เช้าวันนั้นแม่เล่าให้ฟังว่าเมื่อวานยายเอาดวงพ่อไปให้หมอแถวบ้านดู เขาตกใจ แล้วก็พูดว่า โดนของ ของหนักด้วย มันทำให้กินไม่ได้เลย เอาตายอย่างเดียว ของอยู่ตรงหน้าท้องทางซ้าย หนักมาก ให้เอาน้ำมนตร์ไปให้กิน น้าเราก็รีบขับรถจากตจวมาให้แม่เราที่รพ. พ่อกินน้ำมนต์นั้นได้คืนเดียว ตอนแรกที่ท้องพ่อมีรูที่เป็นจากการผ่าตัดเล็กๆ แต่อยู่ๆมันก็ปริกลายเป็นรูใหญ่ทำให้มีน้ำที่เป็นของเสียในท้องไหลออกมา หมอบอกว่าไม่เป็นไรเพราะยังไงน้ำนั้นต้องออกมาอยู่แล้วก็เลยปล่อยไว้แบบนั้น เราอยู่เฝ้าพ่อได้3วันเราก็ต้องขึ้นกทม.ไปสอบแล้ว กะว่าสอบเสร็จเดี๋ยวจะกลับมา ก่อนเราไปเราก็กราบเท้าพ่อ จุ้บพ่อ เราบอกพ่อว่า ‘ห้ามเป็นไรไปก่อนนะ เดี๋ยวพ้อยขอไปสอบก่อนละเดี๋ยวกลับมา
รอพ้อยเป็นทันตะก่อนนะพ่อ’ พ่อแกก็อือ ออ บอกรีบไปได้แล้วเดี๋ยวตกเครื่อง พ่อไม่เป็นไรหรอก แล้วเราก็ไป ใครจะไปรู้ว่านั้นจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราได้ทำแบบนั้นกับพ่อ..
แล้วก็เกิดเรื่องราวประหลาดหลายๆอย่างขึ้น คือพ่อเรามีคนขับส่วนตัวแล้วพี่เขาเป็นคนดีมากเลย พ่อเราเลยรัก และสนิทกับพี่เขามาก
คนขับรถพ่อก็เล่าให้ฟังว่า พี่เขารู้จักกับผู้ใหญ่คนนึงแล้ววันนั้นพี่แกก็ไปขับรถให้ผู้ใหญ่คนนั้นแล้วเหมือนทุกอย่างมันประติดประต่อกันอยู่ๆก็คุยกันแล้วก็เล่าเรื่องที่ดูดวงพ่อเราว่าโดนของให้ผู้ใหญ่ฟัง เขาก็บอกเนี่ยเขารู้จักหมอคนนึงเก่งมากเป็นแขก ลูกสาวแกก็เคยโดนของเกือบตายเหมือนกัน ดีที่ช่วยได้ทัน แกบอกไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกอยากช่วยทั้งๆที่จริงๆแกจะไม่ยุ่งก็ได้ มันรู้สึกแบบแกต้องช่วย เช้าวันต่อทางหมอนัดกับแม่เราที่บ้านประมาณว่าให้ไปดูของที่บ้านตอนนั้นที่ไปก็มีแม่กับพี่ชายคนโต พอไปถึง หมอเขาก็เดินวนไปมาตรงหน้าบ้าน สักพักแกก็พูดขึ้นมาว่าของอยู่ตรงนี้แล้วก็ชี้ไปที่พื้นหน้าบ้านเรา ซึ่งมันมีปูนฉาบอยู่ เขาบอกว่าให้ขุด ทุกคนแบบมองหน้ากัน ไม่รู้จะเชื่อดีมั้ย แต่ก็ทำตามที่หมอบอก ไปเอาจอบมาขุด ก็ไม่เจออะไร หมอบอกขุดอีกลึกหน่อย ขุดไปสักพัก เห้ยยยย เจอว่ะ มันเป็นเหมือนผ้าแบบเศษผ้าเป็นเส้นยาวๆสีแดง มีเส้นผมเป็ดมัดๆที่เคลือบด้วยน้ำตาเทียน มีตะปูประมาน5-6ตัว และที่มันชัดเจนสุดๆคือมีตัวอักษรเขียนอยู่ในนั้นเป็นยันต์ และเขียนว่า
‘ห้ามรับราชการ’ ‘ตาย’ นอกจากนั้นยังมีลักษณะคล้ายหนังสีดำที่ตัดเป็นรูปตุ๊กตามีรูปปืนยิงที่หัว ประมาณว่าเอาให้ตายทุกทางเลย
ทุกคนอึ้งมาก ไม่มีใครอยากจะเชื่อสิ่งเกิดขึ้น เขาก็ทำพิธีแก้ของ แต่เค้าบอกว่าหมอที่ทำเนี่ยแก้ได้อย่างเดียว กันไม่ได้ เพราะฉะนั้นต้องเงียบๆไว้ว่าเรารู้แล้ว หมอเค้าบอกว่ามันทำมาตั้งแต่วันที่21มีนาคม 2557 คนใกล้ตัวเป็นคนทำ ทะเลาะกัน เรื่องเงิน คนขับรถพ่อก็ไปสืบๆมาก็ยังไม่ได้เรื่องไรมากมาย พอกลับไปที่รพ.พ่อเรากำลังนอนอยู่พี่เราอีกคนก็เล่าให้ฟังว่าเนี่ยตอนที่แม่กับพี่ไปที่นุ้นกัน พ่อบอกปวดท้องมากตอนนี้คือพ่อเราใส่หน้ากากออกซิเจนอยู่ พ่อเขียนใส่กระดาษว่า ‘บอกหมอให้เอาแม็กออกจากท้องพ่อที’ ยิ้มงงงมันโคตรแบบโอ้ยย หลังจากนั้นตอนเย็นพ่อแกก็อาการดีขึ้นพ่อก็บอกว่าดีจัง สบายท้องแล้วหมอเอาออกให้แล้วสินะ ทุกคนก็ได้แต่มองหน้ากัน มีแต่แม่ที่คอยคุยกับพ่อ ถามนุ้นนี่พ่อ ตอนนั้นพ่อเราเริ่มเลอะเลือนอะ จำไรไม่ค่อยได้ เริ่มเพ้อ แล้วแต่ละเรื่องที่แกเพ้อออกมาคือเป็นเรื่องงานทั้งนั้นเลย
‘ถามว่ารู้มั้ยว่าตอนนี้พ่ออยู่ไหน พ่อไม่สบายนะ พ่อต้องรักษาตัวเองก่อนอย่าไปห่วงเรื่องงาน งานใครๆก็ทำได้ เดี๋ยวพ่อต้องรักษาตัวก่อนแล้วค่อยไปทำงาน พาแม่ไปเที่ยวทะเลที่พ่อบอกไง’ แม่เราร้องไห้บ่อยมาก แทบจะทุกครั้งที่พูด แม่เชื่อตลอดดว่าพ่อต้องหาย
ไม่หรอกต้องบอกว่าทุกคนเชื่อว่าพ่อต้องไม่เป็นอะไร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *